เมื่อนำเหล็กกล้าไปชุบสังกะสี ชั้นเคลือบซึ่งมีส่วนประกอบของสังกะสีและ โลหะผสมสังกะสี-เหล็กที่เกิดขึ้น มีความสามารถช่วยป้องกันการกัดกร่อน และการเกิดสนิมให้กับเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยืดอายุการใช้งาน ของเหล็กได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความคุ้มค่าของเหล็กกล้าในการ ผลิตและการใช้งาน เรียกได้ว่า ไม่มีการเคลือบผิวเหล็กในลักษณะอื่นใดที่ จะมีประสิทธิภาพด้านการป้องกันการกัดกร่อนและมีความคุ้มค่าในเชิงราคาและการใช้งานได้ดีเทียบเท่ากับการชุบสังกะสี

การชุบเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน ถูกมองว่าเป็นวิธีป้องกันการ
กัดกร่อนที่มีราคาแพง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น (Initial Cost)
ที่สูงกว่า แต่เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ตามมาตลอดอายุการใช้งานแล้ว
การชุบสังกะสีเป็นวิธีป้องกันการกัดกร่อนที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าวิธีอื่นๆ

วิธีป้องกันการกัดกร่อนที่เป็นที่นิยม เช่น การทาสี หรือการพ่นสีฝุ่น
จำเป็นต้องซ่อมบำรุงบ่อยครั้งตลอดอายุการใช้งาน ก่อให้เกิดค่าใช้จ่าย
ทางตรงทั้งค่าสี และค่าแรง ประมาณ 2-5 เท่าของค่าใช้จ่ายเบื้องต้น
อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายที่ตามมา จากการซ่อมแซมความเสียหายจากการ
กัดกร่อน คิดเป็นกว่า 5-11 เท่าของค่าใช้จ่ายทางตรง ในขณะที่การชุบ
เคลือบสังกะสีนั้นไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษา จึงไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นนอกจาก
ค่าใช้จ่ายเบื้องต้น

เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ตามมาที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงนำมาสู่แนวคิด
ในการประเมินค่าใช้จ่ายในการป้องกันการกัดกร่อนตลอดอายุโครงการ
(Life Cycle Cost) โดยพิจารณาทั้งค่าใช้จ่ายเบื้องต้น และค่าใช้จ่ายที่
ตามมา ซึ่งเมื่อประเมินอย่างครบถ้วนตามแนวคิดดังกล่าวแล้ว การชุบ
เคลือบสังกะสีจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในโครงการได้อย่างมาก

ในปัจจุบัน ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับแนวคิดเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาที่สอดคล้องกันทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวด ล้อม ส่งผลให้ผู้ออกแบบ เริ่มให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เหล็กชุบเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ด้วย 3 คุณลักษณะ คือ
1) ไม่ต้องการการซ่อมบำรุงรักษา (Zero Maintenance)
2) สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ทั้งหมด (100% Recyclable) และ
3) เป็นวัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่น้อย (Eco-Friendly Material)

การศึกษาล่าสุดในเรื่องการประเมิณวัฐจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life-Cycle Assessment) โดยประเมินการใช้พลังงานและการก่อของเสียตลอดวัฐจักร ชีวิตของผลิตภัณฑ์ พบว่าเหล็กชุบเคลือบสังกะสีส่งผลกระทบต่อสิ่งแวด ล้อมน้อยมาก เมื่อเทียบกับวัสดุประเภทอื่น

กระบวนการชุบสังกะสีดำเนินการในโรงชุบที่มีมาตรฐาน

นอกจากนี้ สังกะสีเป็นโลหะที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม มีความปลอดภัย และยัง จัดเป็นแร่ธาตุที่เป็นสารอาหารจำเป็น ต่อสิ่งมีชีวิต

1. ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับระบบป้องกันอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียง
2. ไม่ต้องการการซ่อมบำรุงรักษา ตลอดอายุการใช้งาน
3. อายุการใช้งานยาวนานกว่า 50 ปี ในสภาพแวดล้อมทั่วไป
4. มาตรฐานรับรองคุณภาพเชื่อถือได้ ตามมาตรฐานสากล
อาทิ EN ISO 1461, ASTM A123
5. ผิวเคลือบเป็นโลหะผสม ทนทาน สะดวกต่อการขนส่งและการติดตั้งชิ้นงาน
6.สามารถป้องกันพื้นผิวที่เสียหายได้ดัวยตัวเอง โดยวิธี Cathodic Protection
7. เป็นการป้องกันทั่วผิวชิ้นงาน ภายนอก ภายใน ทั้งซอกมุมที่เข้าถึงได้ยาก
8. ง่ายต่อการตรวจสอบคุณภาพ ผู้ผลิตไม่สามารถบิดเบือนคุณภาพการชุบโดยที่ไม่ ถูกสังเกตเห็นได้
9. กระบวนการผลิตที่รวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างและติดตั้ง
10. การทาสีบนผิวเคลือบ ช่วยเพิ่มอายุการใช้งาน และความสวยงาม